ประหลาด ไหมที่ร่างกายของเรา มีความรู้สึก ลักษณะ รูปร่างท่าทางเหมือนหรือคล้ายคลึงร่างกายของใครๆ หลายคน นี่คือสิ่งแท้จริงเกี่ยวกับร่างกายของคุณสาวๆ มาสำรวจกันสิว่าร่างการของคุณมาตรฐานหรือเปล่า
เส้นผม
ค่า เฉลี่ยโดยทั่วไปคุณสาวๆ จะมีเส้นผมหลุดร่วงหนึ่งร้อยเส้นต่อวัน นี่คืออาการปกติไม่ต้องตกใจ ยิ่งตอนอาบน้ำจะเห็นได้ว่ามีกลุ่มผมหลุดร่วงจำนวนมากตรงท่อระบายน้ำ การลดน้ำหนักแบบหักโหม การทำงานผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ผลข้างเคียงจากยาและการตั้งครรภ์ ล้วนเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงจำนวนมากได้ทั้งนั้น
ขนาดของบรา
โดย เฉลี่ยสาวไทยส่วนใหญ่ (ที่ยังไม่ได้แต่งงานและมีบุตร) สวมบรา คัพ 32 A ถึง 32 B แต่ในช่วงระยะไม่กี่ปีมานี้ ขนาดบราของสาวส่วนมากขยายใหญ่ขึ้นหนึ่งถึงสองคัพ ไม่ใช่เพราะอัตราความอ้วนเพิ่มขึ้น แต่สาเหตุมาจากการศัลยกรรมเพิ่มขนาดทรวงอกเป็นที่นิยม
ดวงตา
สอง ในสามของหญิงสาววัยผู้ใหญ่สวมแว่นสายตา ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน คำแนะนำที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาคือ พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ 30 วินาที ทุกๆ 15 นาที
ฟัน
หนึ่ง ในสี่ของผู้หญิงวัย 35 ถึง 44 ปี ละเลยการดูแลสุขภาพฟันและมีฟันผุ เพราะไม่มีอาการปวดจึงคิดว่าสุขภาพฟันยังดีอยู่ การพบทันตแพทย์เป็นประจำจะทำให้คุณรักษาสุขอนามัยปากและฟันได้ดี ก่อนจะเกิดอาการปวดและฟันโยก
อาการปวดศีรษะ
อาการ ปวดศีรษะหนึ่งถึงสองครั้งในแต่ละเดือนยังนับว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการบ่อยกว่านั้นควรพบแพทย์ หลีกเลี่ยงการซื้อยาระงับอาการปวดจากร้านขายยามารับประทานเองเป็นประจำ เพราะอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวบ่อยยิ่งขึ้น
สะโพก
ค่า เฉลี่ยทั่วไปของสะโพกสาวไทยอยู่ที่ประมาณ 35-36 นิ้ว เมื่ออายุมากขึ้นขนาดของสะโพกก็จะใหญ่ขึ้นอย่างน้อยหนึ่งถึงสองนิ้วเป็น เรื่องธรรมดา แต่รู้ไหมว่าการมีต้นขาหรือสะโพกใหญ่นั้นมีภาวะการณ์เสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อย กว่าคนที่ลงพุงอีก
เอว
ปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยรอบเอวของสาววัยรุ่นไทยอยู่ที่ 26-27 นิ้ว รอบเอวที่ขยายใหญ่ขึ้นมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หนึ่งวิธีที่จะรักษารอบเอวให้เพรียวบางและดีต่อสุขภาพนั่นคือ การออกกำลังกาย
หัวใจ
ค่า เฉลี่ยปกติอัตราการเต้นของหัวใจของสาวๆ อยู่ที่ 60 ถึง 80 ครั้งต่อนาที ลองหาชีพจรของตนเองด้วยการใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะไปบนข้อมือเพื่อจับ จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มที่ 6 วินาทีได้อัตราเท่าไรคูณเข้าไป 10 เท่า จะได้อัตราการเต้นของหัวใจคุณ การเดินเร็วห้าวันต่อสัปดาห์เป็นการออกกำลังที่จะช่วยปรับอัตราการเต้นของ หัวใจให้ปกติสมบูรณ์ดียิ่งขึ้น
พฤติกรรมการออกกำลังกาย
ค่า เฉลี่ยโดยทั่วไปสาวๆมักใช้การออกกำลังประมาณ 6,623 สเต็ปต่อวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าในวันหนึ่งควรจะได้ถึง 10,000 สเต็ป ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับ 4-5 ไมล์ซึ่งจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 300 แคลอรีทีเดียว อย่างไรก็ตามระหว่างออกกำลังกายคุณต้องรักษาระดับความดันโลหิตให้สม่ำเสมอ อย่าหักโหมเกินกำลัง ใช้การจับเวลาช่วยก็ได้
ส่วนสูงและน้ำหนัก
ปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยส่วนสูงโดยทั่วไปของสาวไทยอยู่ที่ 163 เซนติเมตร และน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 52 กิโลกรัมโดยมีแนวโน้มว่าจะสูงเพิ่มขึ้นกว่าคนรุ่นก่อนอีกประมาณ 4 เซนติเมตรแต่น้ำหนักเฉลี่ยลดลงถึง 3-4 กิโลกรัม เป็นผลพวงจากการลดน้ำหนักแบบผิดวิธีและมีกิจกรรมการบริหารร่างกายน้อยกว่า ที่ควร
การเข้าห้องน้ำ
ใน หนึ่งวันผู้หญิงเรามักจะเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะเฉลี่ยราวๆ เจ็ดครั้ง สังเกตดูสิว่าปัสสาวะของคุณสีเหลืองจางๆ หรือใส หากมีสีขุ่นเข้มควรจะดื่มน้ำให้มากกว่าเดิม ถ้าคุณปัสสาวะบ่อยครั้งกว่านั้นและมีอาการแสบร่วมด้วย คุณอาจกำลังมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพื่อรักษาระบบการทำงานกระเพาะปัสสาวะและมดลูกให้มีสุขภาพดี ควรดื่มน้ำก่อนการมีเซ็กซ์และปัสสาวะหลังจากเสร็จกิจนั้น
เซ็กซ์
คุณ คิดถึงเซ็กซ์ทุกวันหรือเปล่า รู้ไหมว่าผู้หญิง 75 เปอร์เซ็นต์คิดกันนะ เมื่อไรที่คุณคิดว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องสกปรกหรือหมกมุ่นกับมันตลอดเวลานั่น แสดงว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณแล้วล่ะ
วันเศร้าๆ
ผู้หญิง เรามักมีอาการเศร้าซึม เหงาหงอยประมาณสี่วันในหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการผันแปรของฮอร์โมน ค้นหาวิธีแก้ไขหากคุณมีอาการซึมเศร้าติดต่อกันสองสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ลองออกกำลังกายในแบบที่คุณชอบหรือใช้เวลากับเพื่อนคนที่จะไม่ทำให้อารมณ์ของ คุณขุ่นมัวอาจช่วยให้ดีขึ้น
เซลลูไลท์
80 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงมีไขมันส่วนเกินและรอยบุ๋มจากผิวเปลือกส้มบนเรือนร่าง
ระยะไข่ตก
มี เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงเท่านั้นแหละ ที่มีระยะไข่ตกของรอบประจำเดือนใน 28 วัน ผู้เชี่ยวชาญแนะว่าที่จริงแล้ววงจรของการตกไข่ในระบบสืบพันธ์สามารถคลาด เคลื่อนได้ภายในระยะ 21 ถึง 35 วัน (นับจากวันแรกของการมีรอบเดือนจนถึงวันถัดไปหนึ่งวันจากวันสุดท้ายของรอบ เดือน) หากคุณต้องการมีบุตรแต่ไม่มั่นใจเรื่องระยะไข่ตกของคุณว่าสั้นหรือนานเกินไป ลองปรึกษาสูตินารีแพทย์
ลองอ่านดูหน่อยนะจ๊ะ ขำ ๆ เคยปวดหัวไหม
'โจ' มีโรคประจำตัวคือ...ปวดหัวเป็นประจำ แต่ว่าไม่เคยไป หาหมอเลย เนื่องจากเขาคิดว่า เป็นเพียงแค่การปวดหัวจากการเรียนหนังสืออย่างหนักเท่านั้น ปล่อยไว้ เดี๋ยวก็หาย
10 ปีผ่านไป.. อาการปวดหัวก็ไม่เคยหายไป แม้ว่าบัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ วัยกลางคนแล้วก็ตาม เขาก็ไม่คิดจะไปหาหมอ เนื่องจาก 'โจ' คิดว่าเป็นเพียงเพราะเครียดจากการทำงาน
อีก 10 ปีต่อมา.. อาการปวดหัวก็ไม่เคยหาย มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจว่าจะต้องไปหาหมอเสียที และ หลังจากที่หมอทำการตรวจเรียบร้อย
หมอจึงได้พูดขึ้นว่า...
'ผมมีข่าวดี และ ข่าวร้ายครับ ' ข่าวดีก็คือ ผมสามารถรักษาอาการของคุณ ได้อย่างหายขาด
' และข่าวร้ายหล่ะครับหมอ' โจ...ถามขึ้นอย่างร้อนรน
'ข่าวร้ายก็คือว่า ผมต้องทำการตัดไข่คุณทิ้งครับ ' หมอตอบ
โจ...เหมือนตกอยู่ในภวังค์
' คืองี้ครับ...' หมอรีบอธิบายก่อน
' อาการของคุณ ถือว่าเป็นเคสที่หาได้ยากมากๆ เรียกว่า 1 ใน 100 ล้าน ก็ว่าได้ ไข่ทั้ง 2 ข้างของคุณนั้น ไปดันลำไส้ให้ไปกดทับเส้นปลายประสาทล่างสุดของกระดูกสันหลัง การกดทับนี้เองทำให้คุณต้องทรมารกับการปวดหัวอย่างรุนแรง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา...'
' ทางเดียวที่หมอจะรักษาได้ ก็คือ 'การตัดไข่ครับ' หมอสรุปสั้นๆ
แต่นั่น.....ได้ทำร้ายจิตใจของโจยิ่งนัก หมอได้ให้โอกาศเขาตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกหดหู่ยิ่งนัก เขาสู้อุตส่าห์มานะเรียน เพื่อให้ได้ทำงานดีๆ ไม่เคยไปเที่ยวเหลวไหล เธค - ผับ ไม่รู้จัก สาวๆ ไม่เคยสน และเมื่อได้งานแล้ว เขาก็ได้ทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้ก้าวหน้า และมีเงินเยอะๆ
จนมาวันนี้... เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการ และเขาคิดว่าถ้าได้สิ่งเหล่านี้แล้ว ผู้หญิง มากมายก็จะเข้ามาหาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทุกสิ่งที่วาดฝัน...ก็พังทลายจากอาการปวดหัวของโจเอง เขาได้นอนคิดอยู่หลายคืน ถึงแม้จะเศร้าเพียงใด แต่เขาก็ไม่อยากทรมารเหมือนดั่ง ตกนรกอีกต่อไป เขาไม่กล้าปรึกษาใคร เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย
ดังนั้น..วันรุ่งขึ้นเขาจึง ไปโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดทันที
หลังจากออกจาก ร.พ ด้วยอาการสมองปลอดโปร่งครั้งแรกในรอบ 20 ปี แต่เขาก็ รู้สึกเหมือน...ขาดบางอย่างที่สำคัญไปในชีวิต เหมือนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เขาก็เข้มแข็งพอ และตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาจึงเดินเข้าร้านตัดสูทที่แพงที่สุดในนิวยอร์ค เพื่อเป็นการปลอบใจ และเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โจ...ได้กล่าวกับชายแก่เจ้าของร้าน หลังจาก ที่เดินเข้ามาต้อนรับ...
' เอ่อ ผมจะตัดสูทครับ !!' โจกล่าว..
' ได้ครับ อืมม ขนาด 44 ' เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจหัวเราะ ' ถูกแล้ว.. รู้ได้งัยเนี่ย ? '
' เปิดร้านมา 60 ปี น่ะครับ' โจลองสูท ซึ่งใส่ได้ สวย และขนาดพอดี
' ไม่สนใจ...จะลองเสื้อเชิ๊ต มั้งเหรอครับ' เจ้าของร้านถาม
' ก็ดีครับ' โจตอบ
' อืมม แขน 34 คอ 16 นิ้วครึ่ง' เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
โจ เริ่มชักสงสัย ' ถูกแล้ว... รู้ได้งัยเนี่ย '
' เปิดร้านมา 60 ปี น่ะครับ' เจ้าของร้านตอบ
โจลองเสื้อ ซึ่งใส่ได้สวยและขนาดพอดี
' รองเท้า...สักคู่ดีไหมครับ ?' เจ้าของร้านถาม
' ก็ดีครับ' โจตอบ
' อืมม 9 นิ้วครึ่ง' เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด
เช่นนั้น โจรู้สึกแปลกใจมาก ' ถูกแล้ว.. รู้ได้งัยเนี่ย ? '
' เปิดร้านมา60 ปี น่ะครับ' เจ้าของร้านตอบทันควัน
โจใส่รองเท้า ซึ่งใส่ได้สวย และขนาดพอดี ขณะที่เขาลองเดินไปทั่วร้าน เจ้าของร้านจึงถามว่า....
' ลองกางเกงในตัวใหม่....สักหน่อยมั้ยครับ' เจ้าของร้านถามต่อ
โจ ชะงัก และหยุดคิดสักครู่ 'ก็ดีครับ'
' อืมม ขนาด 36 พอดี' คราวนี้โจหัวเราะก้าก 'ฮ่า เสร็จผมหล่ะ คราวนี้
' คุณผิดครับ !! ผมใส่เบอร์ 34 ตั้งแต่อายุ 18 แล้ว..'
ชายแก่ส่ายหน้า พร้อมกับพูดขึ้นว่า...
' โอ้ย !! อย่างคุณ 34 ไม่ได้หรอก.. ทรมานตายห่า...'
' เพราะมันจะไปรั้งไข่คุณ ไปกดลำไส้ และทำให้ไปกดทับเส้นประสาทล่างสุดของ กระดูกสันหลังอีกที คุณไม่เคยปวดหัวมั่งเลยเหรอ ..? '
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. บางปัญหาวิธีแก้ง่ายๆก็มี
2. อย่า(เสือก)ตัดสินใจอะไร โดยไม่เคยหาข้อมูล
มิฉะนั้นไซร้... ท่านอาจเสียไข่ได้
เพื่อสุขภาพที่ดี
>> *ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด *
>
ยาคุมกำเนิด
ทำให้กระดูกบางลงได้
> นำไปสู่ปัญหากระดูกพรุน
>
เมื่อแก่ตัวลง
ดังนั้นหากจำเป็นต้องกินหรือฉีดยาเหล่านี้
>
ก็อย่าลืมหมั่นกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง
>
เช่น
ผักใบเขียวเข้ม ปลาเล็กปลาน้อย ฯลฯ
> หรือทานแคลเซียมเสริมไว้ด้วย...
>
ที่มา :
Canadian Medical Association
Journal, October 2001
>
>
>
> *ผู้หญิงชอบดื่มพึงระวัง
*
> คุณผู้หญิงที่ชอบดื่มพึงระวังเพราะร่างกายคุณ
>
จะซึมซับแอลกอออล์ได้เร็วกว่าผู้ชาย (
เมาเร็วกว่า)
> แล้วคุณยังมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม
>
ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 50%
> แถมยังกระดูกเปราะกว่ากันมาก
>
เพราะเหล้าจะเข้าไปทำลายเนื้อกระดูก(bone
mass) ของคุณ...
> ที่มา : Rethinking Drinking' Reader's
Digest, December 2001
>
>
>
> *นั่งรถตรงไหนปลอดภัยที่สุด
*
> นั่งรถเก๋งที่เบาะหลังตรงกลางปลอดภัยที่สุด
>
รองลงมาคือ
ที่นั่งด้านหลังทางซ้าย (หลังคนนั่งข้างคนขับ)
>
เพราะตามสถิติอุบัติเหตุจะเกิดทางด้านหน้า และ
ด้านคนขับมากกว่า
> และหากมีคนนั่งรถไปกับคุณด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
>
จะลด
อันตรายจากอุบัติเหตุการชนด้านหน้ารถลงไปด้วย...
>
ที่มา :
The Seattle Times, November 11,
2001
> (ข้อมูลจาก http://www.thaihealth.or.th/th/index_th.php
)
>
>
>
> *ทานกะหล่ำปลีดิบมีพิษนะ *
>
ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน
(Goibrogen)
>
ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน
>
ไปสร้างเป็น
ฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ได้
>
ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ
จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก
> แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้
โดยการต้ม
> จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุก
>
จะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ
>
>
>
> *ถั่วงอกดิบมีโทษครับ *
>
ในผักสดบางชนิดมีสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น
ในถั่วงอก
> มีสารพิษพวกที่เรียกว่าไฟเตต
ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะ
> ไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร
>
ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย
>
ร่างกายจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ
>
สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม
>
จึงควรรับประทานถั่วงอกสุขดีกว่าถั่วงอกดิบ
>
>
>
> *วิธีป้องกันตะคริว *
>
ตะคริวเกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่
>
การดื่มน้ำและ
รับประทานผลไม้สดมากๆ
> จึงช่วยลดการเป็นตะคริวได้...
>
ที่มา :
Health& Fitness Column,
Detroit News,
> August 22, 2001
>
>
>
>
*อดนอนบ่อยๆ
ระวังเป็นเบาหวาน *
> ร่างกายที่ไม่ได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
>
จะใช้อินซูลินได้น้อยลง
>
คนอดนอนบ่อยๆ
จึงมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงกว่าปกติ...
>
ที่มา :
The Seattle Times, July 22,
2001
>
>
>
> *ตรวจฉี่ด้วยตัวเอง *
>
ร่างกายแต่ละคนต้องการน้ำไม่เท่ากัน
>
แพทย์แนะนำว่าควรดื่มมาก พอที่จะถ่ายปัสสาวะได้ทุกๆ
3-4 ชั่วโมง
>
หากปัสสาวะคุณเป็นสีเหลือง เข้มกว่าปกติ
แสดงว่าคุณกำลังขาดน้ำ...
> ที่มา : Health
& Fitness Column, Detroit News, August 22, 2001
>
>
>
> *เนยแท้ ** vs **เนยเทียม *
>
เนยแท้ๆ
ที่ทำมาจากนม อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายกว่าเนยเทียม
>
หรือมาร์การีนซึ่งไม่มีประโยชน์เลยแถมเป็นพิษต่อร่างกายอีกต่างหาก
>
แต่ไม่ควรจะบริโภคเนยให้มากนักเพราะมากไป
>
ก็ทำให้เป็นโรคหัวใจ
และความดันได้ง่าย...
>
>
>
> *วิธีชะลอความแก่ **7
**ประการ
*
> เรื่องความชราที่มาเยือนนั้นเป็นไปตามวัยก็จริง
>
แต่หนุ่มสาวสมัยนี้กลับ 'แก่ก่อนวัย'
> ถึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า
'ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ'
> เคล็ดลับเหล่านี้ได้จาก
น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
> สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
*
> **๑.ต้องไม่อยากแก่...
*
> ต้องตั้งใจคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเอาไว้
>
และต้องปฏิบัติควบคู่ไปทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
*
> **๒.มีใจเป็นหนุ่มสาว..
*
> คือ รักอิสระ
มองโลกในแง่ดีและที่สำคัญมีความหวังเสมอ
>
หรือการคบเพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็เป็นวิธีการที่ดี
*
> **๓.ลดความเครียด..
*
> เลิกเอาคิ้วผูกโบได้แล้ว
ลองยิ้มให้มากขึ้น
> ถ้าไม่รู้จะยิ้มอย่างไรก็ลองยิ้มกับกระจกเงาที่บ้านดูสิ
*
> **๔.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ..
*
> ออกกำลังการอย่างน้อย
15 นาทีจะดี *
>
**๕.กินอาหารต้านชรา.. *
>
พยายามเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย
>
เช่น
พืชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ *
>
**๖.นอนหลับเพียงพอ.. *
>
เราควรจะนอนให้เพียงพอกับร่างกาย
>
ที่ดีที่สุดควรนอนก่อนสี่ทุ่มจะดีที่สุด
*
> **๗.ความรัก.. *
>
ความรักเท่านั้นที่จะช่วยให้คนสดชื่น
กระชุ่มกระชวย
> ทั้งความรักของคนหรือสัตว์
ก็จะช่วยให้เราหัวใจเบิกบาน
>
>
>
> *ขนมเด็กเคลือบยาพิษ **Safe Stamp
**ระวัง !
*
> อันตรายจากอาหารขบเคี้ยว
ข้อมูลจากการสำรวจ
> ของราชพฤกษ์โพล
>
คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
>
ซึ่งเก็บตัวอย่างจากขนมหลายประเภท
>
จากโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษา จำนวน 40
โรงเรียน
> ในพื้นที่17
เขตของกรุงเทพมหานคร
>
พบว่าภัยร้ายที่แฝงอยู่ในขนมเด็ก
>
โดยเฉพาะสารตะกั่วซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย
>
ขณะเดียวกันก็ยังพบสารอันตรายอื่นๆ
>
โดยเฉพาะเกลือโซเดียมในปริมาณมากน้อยต่างกันไป
>
ซึ่งหากบริโภค
มากจนตกค้างสะสมในร่างกาย
> อาจมีผลให้เส้นเลือดในสมองโป่งพองได้
>
10 อันดับขนมขบเคี้ยวประเภทข้าว แป้ง
>
ที่พบปริมาณโซเดียมสูงสุดดังนี้
>
1. ข้าวเกรียบปลาหมึก ตราอาริงาโตป้ง
>
2. ขนมทอดกรอบตราปูไทย ซองส้มเข้มป้ง
>
3. ข้าวเกรียบทอด ตราเอสบี รสพริกหยวกี่
>
4. ข้าวเกรียบกุ้ง ตราฮานามิ
รสเม็กซิกันชิลลี่ษ
> 5. แป้งมันฝรั่งทอดกรอบ ตราโรลเลอร์
โคสเตอร์
> รสหัวหอมทรงเครื่อง
> 6.
แป้งข้าวโพดอบกรอบ ตราโจโต้ รสปลาหมึก
>
7. ข้าวเกรียบกุ้ง ตราคาลบี้ รสต้มยำรสแซบ
>
8. ข้าวเกรียบปลา ตรามโนห์รา
> 9.
ข้าวเกรียบกุ้ง
ตรามโนห์รา
> 10. ข้าวเกรียบรสมะเขือเทศ
>
>
>
> *โทษของน้ำต้มเดือดหลายๆ ครั้ง *
>
น้ำประปามีแร่ธาตุหลายชนิด
>
เมื่อต้มเดือดแล้วเดือดอีกหลายๆ ครั้ง
>
น้ำจำนวนมากจะระเหยกลายเป็นไอ
ส่วนที่เหลือ
> จึงมีปริมาณแร่ธาตุ ชนิดต่างๆ
เข้มข้นขึ้นมาก
> และเกินมาตรฐานการบริโภค
น้ำที่ต้มเดือดนานๆ
> ไอออนของซิลเวอร์ไนเตรทที่อยู่ในน้ำ
>
จะเปลี่ยนเป็นซิลเวอร์ไนไตรท์
>
ซึ่งเป็นสารที่ให้โทษแก่ร่างกาย
>
และแร่ธาตุบางอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย
>
จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะการระเหยของน้ำ
>
และอาจมากจนเกินขีดจำกัด
ความสามารถของร่างกาย
> ในการกำจัดขับถ่ายออกมา
>
จึงไม่ควรดื่มน้ำที่ ต้มเดือดแล้วหลาย ๆ ครั้ง
ครับ
>
>
>
> *อาหารต้านมะเร็ง **5
**ประการเพื่อการป้องกัน *
> 1.
รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก
>
เช่น กะหล่ำปลี
กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่ ฯลฯ
>
เพื่อป้องกัน
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย
> กระเพาะอาหาร
และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
> 2. รับประทานอาหารที่มีกากมาก
>
เช่น ผัก ผลไม้
ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ
> เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
>
3. รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน
และไวตามินเอสูง
> เช่น ผัก
ผลไม้สีเขียว-เหลือง
> เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร
กล่องเสียง และปอดำ
> 4. รับประทานอาหารที่มีไวตามินซีสูงเช่น
ผัก ผลไม้ต่างๆ
> เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร
และกระเพาะอาหาร
> 5. ควบคุมน้ำหนักตัว..โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง
>
เช่น มดลูก
ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่
>
>
>
> *ผลกระทบของการอดนอน *
>
งานวิจัยเชิงทดลอง
โดยอาสาสมัครหนุ่มสาว
> ทดลองนอนหลับวันละ
4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน
เมื่อเจาะตัวอย่างเลือด
> พบว่า
มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก
>
ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวาน
>
นักวิจัยยังพบว่าการอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน
>
โดยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเร่งการเติบโต
>
ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ
>
และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย
>
การอดนอนทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง
>
ร่ายกายรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
>
นอกจากนี้ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน
>
ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อระบบประสาท
>
ว่า
ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด
> ตามความต้องการอาหารของร่างกาย
>
เมื่อระดับเลปตินลดลงจากการนอนน้อย
>
ผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
>
แม้จะได้กินอาหารจนได้พลังงานเพียงพอแล้วก็ตาม
>
การนอนไม่พอยังส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว
>
และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างๆ
ของร่างกาย
> ทำให้เจ็บป่วยง่ายเมื่อเจอเชื้อโรค
>
การนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
>
มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจรการหลั่งฮอร์โมนแปรปรวน
>
เนื่องมาจากการอดนอนและ
แสงรบกวนในเวลากลางคืน
> ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
>
ฉะนั้น
นอกจากเราควรจะนอนให้เพียงพอแล้ว
> เรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย
>
>
>
> *6 อัศวินช่วยลดไขมันในเส้นเลือด *
>
ร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เองอยู่แล้ว
>
ดังนั้นถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
>
ระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด
>
ก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย
>
เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน
>
และหัวใจวายแน่นอน
>
อาหารบางอย่างมีคุณสมบัติ
>
ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้
เป็นอย่างดีเยี่ยม
> 6 อัศวินตัวสำคัญนั้นคือ
>
1.มะเขือต่างๆ..
>
2.หอมหัวใหญ่..
>
3.กระเทียม
> 4.ถั่วเหลือง..
>
5. แอปเปิล..
> 6.โยเกิร์ต
>
วันใดมื้อใดที่คุณมีเมนูอาหารซึ่งอุดมไปด้วยไขมันมากๆ
>
ก็ควรรับประทานอัศวินตัวหนึ่งตัวใดเพื่อควบคุมไขมัน.
>
>
>
> *อาหารอันตรายเมื่อท้องว่าง *
>
คุณทราบไหมว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้วคุณรับประทานอาหารเข้าไป
>
อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้
เพราะฉะนั้น
> ก่อนที่จะรับประทานอาหาร
ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อน
> อาหารที่ไม่ควรรับประทาน
ขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง
> มีบางชนิดที่เราแทบไม่เชื่อเลยล่ะ
*
> **กล้วย.. *
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วย
>
ขณะท้องว่าง
จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น
>
ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป
เป็นการยับยั้ง
> การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง
*
> **กระเทียม *..
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร ได้รับการกระตุ้นเกิด
>
โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง *
>
**ผัก.. *
การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง
>
จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ
>
นอกจากนั้น
ยังไม่ควรอาบน้ำ และออกกำลังกายด้วยเช่นกัน
>
เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกาย
ในขณะที่ท้องว่าง
> จะทำให้เกิดอาการช็อก
เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย *
> **นมและนมถั่วเหลือง *..
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน
>
แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
เมื่อกระเพาะอาหาร
> มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย
*
> **เหล้า *.. หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง
จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร
> ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ *
> **น้ำตาลหรืออาหารหวาน. *..
ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน
> หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต
เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง
> จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด
>
และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต
*
> **ชา. *..ที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย
> ในกระเพาะอาหารเจือจาง
ส่งผลให้การทำงาน
> ของระบบย่อยอาหารลดลง
และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ
> มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ
*
> **ลูกพลับ *..
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง
>
เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก
หากไปรวมตัวกับยาง
> และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก
>
คลื่นไส้
และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
>
>
>
> *ไอศกรีม อาหารขยะ *
>
ไอศกรีมบางยี่ห้อ บางผู้ผลิต
ใช้ไขมันที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์ แทน
> และได้ใส่ส่วนผสมสังเคราะห์
จากสารเคมีต่าง ๆ ดังนี้ *
> 1. **ไดอิธิลกลูคอล (
**diethyl glucol )
*..สารเคมีราคาถูก ใช้ตีไขมัน
>
ให้กระจาย
แทนการใช้ ่ไข่ เป็นสารกันเยือกแข็ง ที่ใช้กันน้ำแข็ง
>
( anti freeze) และผสมในน้ำยากัดสี *
> 2.
**อัลดีไฮด์ -
ซี**71 ( aldehyde-C71 ) *..
ใช้สร้างกลิ่น
เชอร์รี่
> ให้ไอศกรีมเป็นของเหลวติดไฟง่าย
และยังนำไปใช้ทำสีอะนิลีน พลาสติกและยาง *
> 3.
**ไปเปอร์โอรัล
( **piperoral ) *..ใช้แทนวานิลลา
>
เป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเหาและหมัด *
>
4. **อิธิลอะซีเตท (**ethyl acetate ) *..
ใช้สร้างกลิ่นรสสับปะรด
>
ใช้เป็นตัวทำความสะอาดหนังและผ้าทอ
กลิ่นของสารเคมีตัวนี้
> ทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ตับ
และหัวใจผิดปกติ *
> 5. **บิวธีรัลดีไฮด์**< *
ถ้าข้าพเจ้าได้รับตำรานี้เมื่อ 25 ปีก่อน ลูก ๆ คงไม่ต้องมาร้องเพลงชื่อ “ คนอื่นมีแม่ฉันไม่มี ”
การที่จะเอาเมล็ดลิ้นจี่มาทำยานั้นง่ายมากสำหรับข้าพเจ้าเพราะที่บ้านปลูกต้นลิ้นจี่กว่า 50 ปีแล้ว
แต่ไม่รู้ว่ามันคือยาวิเศษในการรักษาโรคไต คู่ชีวิตจะต้องทรมานเสียเวลา 14 ปีในการฟอกไต
และในที่สุดก็ต้องจากไป
ในไต้หวันมีผู้คนป่วยเป็นโรคไตจำนวนมากที่ต้องทำการฟอกไต การที่ต้องไปฟอกไตเพราะไตเสื่อมลงจนไม่มาสามารถขัยถ่ายของเสียออก บางทีญาติหรือเพื่อนของท่านบางคนกำลังฟอกไตอยู่ จึงอยากให้ท่านช่วยเผยแพร่ตำราวิเศษออกไปให้ทั่วจะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง คนที่นำไปทดลองใช้จะมีแต่ได้ไม่มีเสียอย่างแน่นอน ช่วยได้ 1 คนเท่ากับช่วยทั้งครอบครัว
ข้าพเจ้าเป็นโรคไตเพราะเป็นโรคเบาหวานนาน 20 ปี ความเป็นทุกข์ทรมานนี้ทำให้ข้าพเจ้า
เบื่อต่อชีวิตและคิดจะจบชีวิตตนเองหลายครั้ง แต่มาคิดได้ว่าถ้าเราพ้นทุกข์แล้วทำให้หลายคนต้องรับทุกข์ต่อ ลูกหลายคนยังเรียนไม่จบยังตั้งตัวไม่ได้ จึงจำต้องรับกรรมไปฟอกไตต่อไปมีคนเสนอตำราลับตำราวิเศษให้แต่ไม่เคยเชื่อ ข้าพเจ้าเชื่อแต่แพทย์ปัจจุบันเดินจึงเข้าห้องฟอกไต ขอสู้กับยมราชต่อไป
ข้าพเจ้าเกิดนึกถึงคำพังเพยจีนว่า “ ม้าตายแล้วให้นึกว่ารักษาม้าเป็น ” บางทีชีวิตนี้อาจมีความ
หวังจึงขอทดลอง หลังฟอกไตครั้งที่ 2 แล้วคุณน้ามาเยี่ยมถามว่าอยากลองตำราวิเศษไหม รับรองไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป ข้าพเจ้าก็ตกลงทันที ตอนบ่ายคุณน้านำซุปเส้งจี้มา 1 หม้อแบ่ง
ดื่ม 2 ครั้ง วันที่ 2 นำมาอีก 1 หม้อ (ราว ชามครึ่ง) พร้อมให้กินเส้งจี้อีก ครึ่งลูก ในวันนั้น
ปรากฏว่าการถ่ายปัสสวะดีขึ้น พอวันที่ 3 ซึ่งจะต้องฟอกไต แต่หมอตรวจแล้วว่าวันนี้ยังไม่ต้อง
ฟอกก่อน ข้าพเจ้าได้ดื่มสุปเส้งจี้ประมาณ 1 อาทิตย์ไปตรวจอีก คราวนี้หมอประหลาดใจมาก
แจ้งว่าไตปกติแล้วไม่ต้องฟอกแล้ว
ตำราวิเศษดังนี้.-- เมล็ดลิ้นจี่สด 7 เม็ด ทุบให้แตกแล้วใช้ผ้าขาวอย่างบาง ๆ ห่อไว้ ซื้อเส้งจี้หมู
1 ลูก หั่นเป็นแผ่นบางล้างให้สะอาดตัดเอาเอ็นสีขาวออก เอาน้ำเซาข้าวครั้งที่ 2 จำนวน 2 ชาม
นำเข้าใส่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทำการนึ้งเป็นเวลา 30 นาทีเสร็จแล้วให้ดื่มหมดครั้งเดียวก็จะได้ผล
ข้าพเจ้าได้พ้นจากฟอกไตเพราะตำรานี้ จึงขอความกรุณาทุกท่านช่วยเผยแพร่ตำรานี่แด่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตรักษาพ้นจากการฟอกไตด้วย จะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง
Hot Posted
-
เพราะว่ามันจะใส่กางเกงไม่ได้ ถึงใส่ได้ก็เป็นอย่างที่เห็น เหอๆๆๆๆๆๆ เด็กอะไรอ้วนได้ใจมากๆ
-
Happy Lock ล็อคง่ายๆ เพื่อคนรักรถ ล็อคได้ทุกล้อซ้าย ขวา หน้า หลัง ใช้ได้กับรถเก๋งและรถกระบะ ที่เป็นล้อแม็ก เท่านั้น 2,500 บาท เท...
-
ความรู้เรื่องยางรถยนต์และอันตรายจากยาง 1. ยางที่สึกมาก เป็นอันตรายไม่สามารถรีดน้ำออกจากหน้ายางได้ ทำให้เหินน้ำ บังคับเลี้ยวไม่ได้และเป็น...
-
วิธีการดูว่ากระจกที่คุณกำลังส่องอยู่นั้น เป็นกระจกที่มองจากอีกด้านได้หรือเปล่า วันนี้ผมมีวิธีการตรวจเช็คง่ายๆมาแนะนำกันครับ เคลือบข้าง -...
-
สรรพคุณสมุนไพรไทย ๑) กระเพรา (Ocimama sanctum Linn) = คลายเครียด ขับลม-เสมหะ ลดอาการหลอดลมอักเสบ ๒)ถั่วเหลือง (Glycine max Merr) ...
-
ช่วยบอกต่อกับคนที่เรารัก เพื่อความปลอดภัยและมีสติ... เวลาประมาณ 11.00 น. เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้ ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิ...
-
ดูดวงท่านผู้ที่เกิดในเดือน มกราคม การดำเนินชีวิตในปีเถาะ 2554 *********************************** * ท่านผู้ที่เกิดเดือนมกราค...
-
เรื่องมีอยู่ว่า ต้น รวมตัวกับเพื่อน ๆ ได้กลุ่มหนึ่ง ประมาณ 10 คน แล้วนั่งคุยกันว่า เด๋วหลังเสร็จงานจัดโปรแกรม ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน พองานเ...
-
เพื่อสุขภาพที่ดี >> * ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด * > ยาคุมกำเนิด ทำให้กระดูกบางลงได้ > นำไปสู่ปัญหากระดูกพรุน > เมื่อแก่ตัวลง ...